ประเด็นคำถามว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ยื่นเรื่องให้นายทักษิณชินวัตรพ้นผิดด้วยการขอพระราชทานอภัยโทษจริงหรือไม่
คำตอบ ไม่พบหลักฐานว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษให้กับนายทักษิณ ชินวัตรโดยตรง แต่ในทางปฏิบัติ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ซึ่งมีหน้าที่รับสนองพระบรมราชโองการ
ผู้ที่มีสิทธิยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ
ตามหลักการแล้ว ผู้ที่มีสิทธิยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเป็นการเฉพาะราย ได้แก่:
- ตัวผู้ต้องขังเอง
- ผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เช่น บิดามารดา บุตร คู่สมรส
- สถานทูต (กรณีเป็นนักโทษชาวต่างชาติ)
ดังนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีสิทธิในการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษในนามส่วนตัวให้กับนายทักษิณได้ แต่มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะที่เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการตามขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการ
โดยสรุป พลเอกประยุทธ์ไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำร้อง แต่ได้ทำหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่รับสนองพระบรมราชโองการตามขั้นตอนทางกฎหมายเท่านั้น
หมายเหตุ กระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษสำหรับบุคคลทั่วไป และเทียบเคียงกับกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ใช่การชี้นำหรือกล่าวอ้างในเชิงลบถึงบุคคลใด
บทความที่ 1: ขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษสำหรับบุคคลทั่วไปการขอพระราชทานอภัยโทษเป็นสิทธิที่ผู้ต้องขังสามารถใช้ได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้:
คุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้อง: ผู้ยื่นจะต้องเป็นผู้ต้องขังที่ได้รับโทษจำคุก และได้รับโทษมาแล้วระยะหนึ่ง
การยื่นคำร้อง: ผู้ต้องขังจะยื่นคำร้องผ่านเจ้าหน้าที่เรือนจำ จากนั้นเรือนจำจะส่งเรื่องต่อไปยังกรมราชทัณฑ์
การพิจารณาของกรมราชทัณฑ์: กรมราชทัณฑ์จะรวบรวมข้อมูล ประวัติการกระทำความผิด พฤติกรรมระหว่างต้องโทษ และความประพฤติส่วนตัว เพื่อประกอบการพิจารณา * การส่งเรื่องต่อกระทรวงยุติธรรม: หลังจากพิจารณาเบื้องต้นแล้ว กรมราชทัณฑ์จะส่งเรื่องไปยังกระทรวงยุติธรรมเพื่อตรวจสอบและให้ความเห็นประกอบ * การนำเรื่องกราบบังคมทูล: เมื่อผ่านขั้นตอนการพิจารณาของกระทรวงยุติธรรมแล้ว เรื่องจะถูกนำขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย
บทความที2: การเทียบเคียงกรณีของนายทักษิณ ชินวัตรกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นการขอพระราชทานอภัยโทษเป็นการเฉพาะราย ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติของการขอพระราชทานอภัยโทษ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
สถานะผู้ยื่น: นายทักษิณ ชินวัตร ได้ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษด้วยตนเอง ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องขังขั้นตอนการพิจารณา:
กระบวนการพิจารณาของนายทักษิณเป็นไปตามลำดับชั้นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม และสำนักองคมนตรี ซึ่งเป็นขั้นตอนมาตรฐาน
ความแตกต่างจากกรณีทั่วไป: สิ่งที่แตกต่างอาจจะเป็นการพิจารณาในด้านรายละเอียดที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากเป็นคดีที่สาธารณะให้ความสนใจสูง แต่หลักการและขั้นตอนทางกฎหมายยังคงเดิม * บทบาทของนายกรัฐมนตรี: นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายในการรับสนองพระบรมราชโองการเท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินใจหรือยื่นเรื่องแทนผู้ต้องขังการเปรียบเทียบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ากระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษเป็นกระบวนการที่มีขั้นตอนและระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไปหรือบุคคลสำคัญในสังคม โดยมีเจตนาให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักการทางกฎหมาย และไม่ควรนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกล่าวหาบุคคลอื่นโดยไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชหัตถเลขาพระราชทานอภัยลดโทษ ที่ 1/2566 พระที่นั่งอัมพรสถาน วันที่ 31 สิงหาคม 2566 ความว่า ตามที่ นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษา จำนวน 3 คดี คดีที่ 1 คดีหมายเลขแดง ที่ อม. 4/2551 ความผิดต่อหน้าที่ราชการ กำหนดโทษจำคุก 3 ปี คดีที่ 2 คดีหมายเลขแดง ที่ อม. 10/2552 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ
กำหนดโทษจำคุก 2 ปี ซึ่งคดีที่ 1 กับคดีที่ 2 นับโทษซ้อนกันรวมกำหนดโทษจำคุก 3 ปี และคดีที่ 3 คดีหมายเลขแดง ที่ อม. 5/2551 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม กำหนดโทษจำคุก 5 ปี รวมกำหนดโทษจำคุก 8 ปี รับโทษมาแล้ว 10 วัน เหลือโทษจำคุก 7 ปี 11 เดือน 20 วัน อยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
ระบุว่า ด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ กำหนดโทษจำคุก 2 ปี ซึ่งคดีที่ 1 กับคดีที่ 2 นับโทษซ้อนกันรวมกำหนดโทษจำคุก 3 ปี และคดีที่ 3 คดีหมายเลขแดง ที่ อม. 5/2551 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม กำหนดโทษจำคุก 5 ปี รวมกำหนดโทษจำคุก 8 ปี รับโทษมาแล้ว 10 วัน เหลือโทษจำคุก 7 ปี 11 เดือน 20 วัน อยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ความว่า เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อถูกดำเนินคดีและศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกดังกล่าวด้วยความเคารพในกระบวนการยุติธรรม ยอมรับผิดในการกระทำ มีความสำนึกในความผิด จึงขอรับโทษตามคำพิพากษา ขณะนี้อายุมาก มีปัญหาสุขภาพเจ็บป่วยต้องเข้ารักษาพยาบาลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นั้นซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว จึงพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษให้นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร เหลือโทษจำคุกต่อไป อีก 1 ปี ตามกำหนดโทษตามคำพิพากษา เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ช่วยเหลือและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม และประชาชน สืบไป.พระปรมาภิไธย (พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว)ผู้รับสนองพระบรมราชโองการพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
