บูรณาการอำนาจภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสมัยรัชกาลที่ 5 นั้นมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานเพื่อสร้างรัฐสมัยใหม่ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่สำคัญ
1. การบูรณาการ “แว่นแคว้น” สู่ “อาณาจักร” ที่เป็นหนึ่งเดียวก่อนรัชสมัยรัชกาลที่ 5 การปกครองของสยามยังคงมีลักษณะเป็น “รัฐจารีต” หรือ “รัฐศักดินา” ที่มีอำนาจการปกครองกระจัดกระจาย โดยหัวเมืองต่างๆ ยังมีอำนาจและอิทธิพลในระดับหนึ่งเปรียบได้กับ “แว่นแคว้น” ที่รวมตัวกันอย่างหลวมๆ การรวมศูนย์อำนาจเข้าสู่ส่วนกลางโดยการปฏิรูประบบราชการ เช่น การตั้งกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ และการส่งข้าราชการจากส่วนกลางไปปกครองหัวเมือง (ระบบมณฑลเทศาภิบาล) จึงเป็นการ เปลี่ยนผ่านจากรัฐที่รวมตัวอย่างหลวมๆ (แว่นแคว้น) ไปสู่การเป็นรัฐชาติที่มีอำนาจรวมศูนย์เป็นหนึ่งเดียว หรือ “อาณาจักร” ที่มีขอบเขตและอำนาจที่ชัดเจน
2. การวางรากฐานเพื่อสร้าง “พลเมือง” และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมการปฏิรูปของรัชกาลที่ 5 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรวมศูนย์อำนาจทางการเมือง แต่ยังรวมถึงการปฏิรูปทางสังคมที่สำคัญ ซึ่งเป็นก้าวแรกของการสร้าง “พลเมือง” หรือฐานะชนชั้นกลางในอนาคต:
* การเลิกทาส: การเลิกทาสอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้คนส่วนใหญ่ในสังคมหลุดพ้นจากสถานะ “ทาส” ซึ่งเป็นทรัพย์สินของเจ้านายและขุนนาง และทำให้พวกเขากลายเป็น “คน” ที่มีสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีของตนเอง
* การเลิกระบบไพร่: การปฏิรูประบบเกณฑ์ทหารและยกเลิกระบบไพร่ ทำให้ราษฎรไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนอีกต่อไป ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถประกอบอาชีพและมีรายได้เป็นของตนเองได้มากขึ้นการปฏิรูปทั้งสองอย่างนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการ ปลดปล่อยแรงงานและกำลังคน ให้เป็นอิสระจากพันธะทางสังคมแบบดั้งเดิม ทำให้พวกเขามีโอกาสสร้างฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมของตนเอง ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาสังคมในยุคต่อมา
บทสรุปกล่าวได้ว่า ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็น เครื่องมือ สำคัญในการปฏิรูปประเทศให้ทันสมัยและรอดพ้นจากการเป็นอาณานิคมของตะวันตก การรวบรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลางทำให้สามารถดำเนินการปฏิรูปที่ยิ่งใหญ่และใจกว้างขวางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลิกระบบทาสและไพร่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมอย่างถอนรากถอนโคน เพื่อสร้างฐานะพลเมืองและรากฐานของสังคมสมัยใหม่ แม้ว่าในช่วงนั้นจะยังไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยในความหมายปัจจุบัน แต่การปฏิรูปเหล่านี้ได้สร้างเงื่อนไขและเตรียมความพร้อมให้กับสังคมสยามสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคต
คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาสยามให้ทันสมัยในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ได้จากวิดีโอ รัชกาลที่ 5 กับการพัฒนาสยามให้ทันสมัย เมื่อจักรวรรดินิยมรุกรานสู่เอเชีย นี้ครับ
https://youtu.be/Z8BiUPjiwqE?si=uc1H8W8w
คำว่า แว่นแคว้น มาจากคำสองคำที่นำมารวมกันคือ แว่น และ แคว้น * แว่น ในที่นี้หมายถึง วงแหวน หรือ อาณาเขตที่มีการกำหนดไว้เป็นวง เหมือนกับลักษณะของแว่นตาที่เป็นวงกลม * แคว้น หมายถึง เขตปกครอง หรือ อาณาจักรเมื่อนำมารวมกัน คำว่า แว่นแคว้น จึงหมายถึง อาณาเขตหรือดินแดนของประเทศ โดยมีความหมายที่ครอบคลุมถึงทุกส่วนของประเทศนั้นๆ ในปัจจุบันเราจึงมักใช้คำนี้ในความหมายเดียวกันกับคำว่า “บ้านเมือง” หรือ “ประเทศชาติ” เพื่อสื่อถึงอาณาจักรหรือดินแดนโดยรวม
