ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2568 สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด ไม่มีรายงานการปะทะด้วยกำลังอาวุธโดยตรง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม มีรายงานถึง ความตึงเครียดและการปรับมาตรการต่างๆ ตามแนวชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทและประเด็นทางการเมืองระหว่างสองประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้า การเดินทาง และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน
สรุปสถานการณ์ชายแดนจันทบุรี-ตราด (ณ 20 มิ.ย. 2568):
- การปรับเวลาเปิด-ปิดด่าน:
- ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้ลงนามคำสั่งปรับเวลาเปิด-ปิดด่านถาวรและจุดผ่อนปรนการค้าทุกจุดตามแนวชายแดนจันทบุรี-ตราด โดยมีการ ปิดด่านในเวลา 16.00 น. ทุกวัน เพื่อรับมาตรการของกองทัพเรือ
- การปรับเวลาดังกล่าวเป็นไปตามมติการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่มอบหมายให้กองทัพบกเป็นหน่วยหลักในการควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภท
- ผลกระทบต่อการค้าและการเดินทาง:
- มีการรายงานข่าวว่า ด่านชายแดนเงียบเหงา และ ตลาดชายแดนซบเซาหนัก โดยเฉพาะที่ด่านบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี และจุดผ่อนปรนทางการค้าเนิน 400 บ้านมะม่วง อ.บ่อไร่ จ.ตราด เนื่องจากชาวกัมพูชาเดินทางกลับประเทศมากขึ้น และมีความไม่มั่นใจในสถานการณ์
- แม้จะไม่มีการปิดด่านถาวร แต่การจำกัดเวลาและคนเข้า-ออก รวมถึงข่าวลือเรื่องการปิดด่าน ทำให้เกิดความตื่นตระหนกและส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนและแรงงาน
- มีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาได้มีการเปิดด่านชั่วคราวเป็นครั้งคราวเพื่อระบายรถขนส่งสินค้าที่ติดค้าง และอนุญาตให้รถพยาบาลรับส่งผู้ป่วยชาวกัมพูชากลับประเทศ
- มาตรการเฝ้าระวังและการเตรียมพร้อม:
- กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ยังคง คุมเข้มตลอดแนวชายแดน และมีการเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดนและดูแลความปลอดภัย
- นายกรัฐมนตรี (แพทองธาร ชินวัตร) ได้เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้ง 7 จังหวัด รวมถึงผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เพื่อกำชับให้เตรียมพร้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ “สุดวิสัย” และให้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ส่วนหลัง
- มีการขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ชายแดน งดใช้โดรน ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและรักษาความมั่นคง
- มีรายงานว่าชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนบางส่วน โดยเฉพาะที่ จ.ตราด ได้ยินเสียงปืนหลายนัดบริเวณเขาบรรทัด แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งภายหลังหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดชี้แจงว่า เป็นการยิงโดรนที่บินอยู่บนท้องฟ้าหลายลำจากฝั่งกัมพูชา และยังไม่ทราบว่าเป็นโดรนของฝ่ายใด
- ผลกระทบจากปัญหาข้อพิพาทโดยรวม:
- สถานการณ์ภาพรวมของความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ยังคงได้รับผลกระทบจากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร กับสมเด็จฮุน เซน ซึ่งนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์และทำให้สถานการณ์ชายแดนถูกจับตาเป็นพิเศษ
- มีการกล่าวถึง “วิกฤตการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พ.ศ. 2568” ที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทด้านดินแดนและมาตรการตอบโต้ต่างๆ เช่น การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตบางจุดโดยฝ่ายกัมพูชา และการปิดด่านบางแห่ง
สรุปโดยรวม:
แม้จะไม่มีรายงานการปะทะกันอย่างรุนแรงในพื้นที่จันทบุรี-ตราด แต่สถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะเฝ้าระวังและตึงเครียดจากการปรับมาตรการชายแดนและผลกระทบจากข้อพิพาทระดับนโยบาย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่และการค้าของประชาชนตามแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ทหารยังคงตรึงกำลังและเตรียมความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่.
ชานบ้านชานเมือง รายงาน
