ภารกิจปั้นฝันให้ 19 กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้อพยพใหม่: เร่งเครื่องให้มีสถานะถูกกฎหมายในไทย!
ตอนนี้รัฐบาลกำลังปั่นงานใหญ่เลย คือจัดการเรื่องสถานะของ 19 กลุ่มชาติพันธุ์ (หรือที่บางทีก็เรียกว่าชนกลุ่มน้อย) ที่อยู่ในเมืองไทย มีทั้งพี่น้องชาวเขา 9 เผ่า (กะเหรี่ยง, ม้ง, เมี่ยน, อาข่า, ลาหู่, ลีซู, ลัวะ, ขมุ, มลาบรี) กลุ่มคนที่ย้ายมาอยู่บนพื้นที่สูง พวกอดีตทหารจีน กลุ่มผู้อพยพจากพม่า ลาว เวียดนาม เนปาล กัมพูชา ไปจนถึงชาวมอแกนที่เจอสึนามิเลยนะ
คำว่า “กลุ่มชาติพันธุ์” (Ethnic Group) หมายถึง กลุ่มคนที่มีอัตลักษณ์หรือเอกลักษณ์ร่วมกันทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี ภาษา บรรทัดฐาน และความเชื่อ
ลักษณะสำคัญของกลุ่มชาติพันธุ์คือ:
- มีประวัติศาสตร์ร่วมกัน: พวกเขามักจะเชื่อว่าสืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน หรือมีประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่หล่อหลอมให้พวกเขามีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
- วัฒนธรรมและประเพณีร่วมกัน: มีวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี การแต่งกาย อาหาร หรือพิธีกรรมที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มอื่น ๆ
- ภาษาร่วมกัน: มักจะใช้ภาษาหรือสำเนียงภาษาเดียวกันในการสื่อสาร
- ความเชื่อ/ศาสนาร่วมกัน: อาจมีระบบความเชื่อหรือศาสนาที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม
- ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น: อัตลักษณ์เหล่านี้จะถูกส่งต่อจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ทำให้ความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ยังคงอยู่
หมายเหตุ
คำว่า “กลุ่มชาติพันธุ์” สามารถใช้ได้ทั้งกับชนกลุ่มใหญ่ (เช่น กลุ่มคนไทยภาคกลาง) และชนกลุ่มน้อย (เช่น ชาวเขาเผ่าต่างๆ) ครับ จุดสำคัญคือการมี “ความรู้สึกร่วมกัน” ในอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์นั่นเอง
คำถามจากแอดมิน “แต่ก็แปลกนะ ที่คนเล่านี้ ก็น่าจะได้สัญชาติไทยไปนานแล้ว หรืออพยพเข้ามาเพิ่มเติมที่หลัง เพราะ อย่างเช่น แม่สลอง ก็เป็นคนไทยที่อพยพมาพึ่งพระโพธิสมภารในหลวง”
รวม ๆ แล้วมีคนกลุ่มนี้อยู่ในไทยถึง 825,635 คน! เยอะมากเลยใช่ไหมล่ะ? ที่ผ่านมา รัฐบาลก็พยายามทำให้พวกเขาได้สถานะถูกกฎหมาย ได้รับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ หรือได้สัญชาติไทยไปแล้ว 342,009 คน แต่ก็ยังมีอีกตั้ง 483,626 คน ที่ยังรอคิวพิจารณากันอยู่เลย (ข้อมูลเมื่อ 8 ก.ค. 67)
ถ้าแยกย่อยดู ก็จะมี:
- กลุ่มคนที่อยู่มานานแล้ว ที่กำลังรอพิจารณาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ถึง 340,101 คน (ได้ไปแล้ว 34,697 คน)
- กลุ่มลูก ๆ ที่เกิดในไทย ที่กำลังรอสัญชาติไทยถึง 143,525 คน (ได้ไปแล้ว 307,312 คน)
คือถ้ายังใช้กฎเกณฑ์เดิมเนี่ย อาจจะต้องรอกันไปอีก 44 ปี ถึงจะทำเรื่องให้ทุกคนเสร็จ! คิดดูสิ นานแค่ไหน!
ทำไมมันถึงช้า? และมีทางออกยังไง?
ที่ผ่านมา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เค้าก็รายงานปัญหาใหญ่ ๆ ที่ทำให้เรื่องมันช้าเป็นเต่าคลานเลยนะ:
- ขั้นตอนซับซ้อนและใช้เวลานาน: เวลาจะยื่นเรื่องแต่ละที เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนข้อมูลผู้ขอ พยาน แล้วก็ต้องส่งเรื่องไปตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ตรวจสอบเรื่องความมั่นคงอีกหลายหน่วยงานกว่าจะอนุมัติได้ ต้องผ่านกรรมการหลายชุด แล้วสุดท้ายก็ต้องให้ท่านนายกฯ กับ รมว.มหาดไทย พิจารณาอีกที โห…กว่าจะเสร็จแต่ละเคสคงได้กินกาแฟไปหลายแก้ว!
- เจ้าหน้าที่ไม่พอและโยกย้ายบ่อย: จำนวนคนที่ยื่นขอเยอะมาก แต่เจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญกลับมีไม่พอ แถมยังมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งกันบ่อย ๆ ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการทำงาน
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ สมช. เลยเสนอให้ปรับปรุงกฎเกณฑ์ใหม่ เพื่อให้เรื่องมันเร็วขึ้น! เค้ายังยึดกลุ่มเป้าหมายเดิมนะ แต่จะเปลี่ยนเงื่อนไขการพิจารณาให้มันคล่องตัวกว่าเดิมเยอะเลย
กฎใหม่ไฉไลกว่าเดิม: ลดขั้นตอน ลดเวลา!
หลักเกณฑ์ใหม่นี้จะแบ่งการพิจารณาออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ:
1. กลุ่มคนที่ย้ายมาอยู่ในไทยนานแล้ว (ให้หนังสือรับรองเทียบเท่าใบสำคัญถิ่นที่อยู่)
- คุณสมบัติทั่วไป: จากเดิมที่ต้องดูคุณสมบัติเฉพาะของแต่ละกลุ่ม ตอนนี้จะใช้หลักเกณฑ์ภาพรวมแทน เช่น ต้องพิสูจน์ได้ว่ากลับประเทศเดิมไม่ได้แล้ว หรือไม่มีหลักฐานว่าเป็นคนสัญชาติอื่น
- การยืนยันคุณสมบัติ: จากเดิมที่เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนผู้ขอและตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ตอนนี้ผู้ขอสามารถ ยืนยันและรับรองคุณสมบัติของตัวเองได้เลย ทั้งเรื่องความประพฤติและประวัติอาชญากรรม (แน่นอนว่าถ้าโกหกก็มีผลตามมานะ!)
- ใครเป็นคนอนุมัติ?: อันนี้เจ๋งเลย! จากเดิมที่ต้องผ่านหลายด่านสุด ๆ แล้วไปจบที่ รมว.มหาดไทย กับนายกฯ ตอนนี้ถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ ผอ.สำนักกิจการความมั่นคงภายใน จะเป็นผู้อนุมัติ ส่วนต่างจังหวัด นายอำเภอ เป็นคนอนุมัติได้เลย! โดยจะมีตำรวจระดับผู้กำกับขึ้นไปร่วมรับรองความประพฤติด้วย และอธิบดีกรมการปกครองก็มีอำนาจดูแลทั่วประเทศ
2. ระยะเวลาการดำเนินการ (ลดจาก 270 วัน เหลือแค่ 5 วัน!)
นี่คือทีเด็ดเลยนะ! จากที่เมื่อก่อนต้องรอนานถึง 270 วัน ตอนนี้จะลดเหลือแค่ 5 วัน เท่านั้น! แบ่งเป็น:
- ขั้นตอนการยื่นคำขอ ตรวจสอบคุณสมบัติ เอกสาร และประวัติอาชญากรรม: จากเดิม 30 วัน เหลือแค่ 1 วัน! (ทำที่อำเภอ/สำนักกิจการความมั่นคงภายใน)
- ขั้นตอนจังหวัดและกรมการปกครองตรวจสอบพฤติการณ์ด้านความมั่นคง: จากเดิม 140 วัน เหลือแค่ 1 วัน!
- ขั้นตอนเสนอ รมว.มหาดไทย และนายกฯ พิจารณา: จากเดิม 100 วัน เหลือแค่ 4 วัน!
เห็นไหมล่ะว่ารัฐบาลกำลังพยายามเร่งสปีดเพื่อให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้ได้รับสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตในประเทศไทยได้อย่างเต็มที่และมีสิทธิเหมือนคนอื่น ๆ เขาบ้าง แต่ก็มีข้อแม้ว่าถ้าอนุมัติไปแล้วภายหลังพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง หรือคุณสมบัติไม่ครบ ก็อาจจะถูกถอนการอนุญาตได้นะ
ชานบ้านชานเมือง รายงาน
หมายเหตุ
ข้อมูลเรื่อง “ชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ 19 กลุ่ม” ในประเทศไทย มักจะหมายถึงกลุ่มบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนซึ่งได้รับการรับรองสถานะให้อาศัยอยู่ถาวรในประเทศไทยโดยมติคณะรัฐมนตรีในอดีต ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเฉพาะชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่มที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทย
จากการค้นหาข้อมูล พบว่ากลุ่มที่ได้รับการรับรองสถานะให้อาศัยอยู่ถาวรในประเทศไทยรวม 14 กลุ่ม คือ:
- ชาวเขา 9 เผ่า: ซึ่งได้แก่
- กะเหรี่ยง
- ม้ง
- ลีซู
- เมี่ยน (เย้า)
- อาข่า
- ลาหู่
- ลัวะ
- ถิ่น (ขมุ)
- มลาบรี
- บุคคลบนพื้นที่สูง/ชุมชนพื้นที่สูงที่อพยพเข้ามาก่อนและหลัง 3 ตุลาคม 2528
- อดีตทหารจีนคณะชาติ
- จีนฮ่ออพยพพลเรือน
- จีนฮ่ออิสระ
- กลุ่มผู้พลัดถิ่น สัญชาติพม่า
- กลุ่มผู้หลบหนีเข้าเมืองจากพม่า
- กลุ่มชาวเวียดนามอพยพ
- กลุ่มชาวลาวอพยพ
- กลุ่มเนปาลอพยพ
- กลุ่มอดีตโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา
- กลุ่มไทยลื้อ
- กลุ่มม้งถ้ำกระบอก ที่ทำประโยชน์
- กลุ่มผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวกัมพูชา
ในบางเอกสาร อาจมีการกล่าวถึงกลุ่มอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น กลุ่มอพยพเชื้อสายไทยจากจังหวัดเกาะกง หรือผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าเชื้อสายไทย ทำให้จำนวนรวมอาจแตกต่างกันไปบ้าง อย่างไรก็ตาม กลุ่มหลักๆ ที่ได้รับการรับรองสถานะในอดีตมักจะครอบคลุมตามรายชื่อข้างต้น
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์อีกมากมาย โดยมีการสำรวจพบว่ามีมากกว่า 60 กลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงกลุ่มคนไทยดั้งเดิมและกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ที่มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง เช่น มอญ, เขมร, มลายู, ไทใหญ่, ผู้ไท, โซ่, ญ้อ, กูย เป็นต้น แต่กลุ่มเหล่านี้ไม่นับรวมอยู่ในกลุ่ม 19 กลุ่มที่กล่าวถึงในบริบทของการได้รับสถานะทางทะเบียนตามที่ระบุไว้ข้างต้น
