ปรากฏการณ์ คนรุมด่าพรรคภูมิใจไทย ด่าเหมือนกลับว่า พรรคภูมิใจไทยทำผิดต่อประเทศชาติ และชาวเมืองหาดใหญ่ เกิดรอยบาปให้คนชาวภูมิใจไทย อย่างมาก จากปรากฎการณ์นี้ พลเมืองภูมิใจไทยจะออกมาตอบโต้เรียกร้องความเป็นธรรมหรือไม่ ?

จากปรากฏการณ์ดังกล่าว พบว่า ไม่มีชนชาวภูมิใจไทยออกมาตอบโต้แต่อย่างใด ดังนั้น เราจึงมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า บริบทของพรรคภูมิใจไทย แม้จะมีสมาชิกพรรคทุกสาขาพรรค แต่การบริหารจัดการสมาชิกพรรค กลับไม่มีการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชัง และส่งเสริมการทำงานของรัฐบาลภูมิใจไทย ทำให้เสถียรภาพ และดุลยภาพของพรรคภูมิใจไทย แกนนำจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย มีประสิทธิภาพสูงสุด
เจาะลึก “น้ำท่วมหาดใหญ่ ทำไมคนจึงรุมด่าภูมิใจไทย” ปรากฏการณ์นี้ สะท้อนให้เห็นถึงบริบททางสังคมที่อ่อนแอ เพราะรัฐบาลภูมิใจไทย เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 1 เดือน 25 วัน และในช่วงน้ำท่วมก็เกิดจากฝนตกหนักมาก แม้จะมีการเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่แล้วก็ตาม แต่ความพร้อมใจกันในการอพยพตัวเอง ไปในที่ปลอดภัยกับสวนทางกับความห่วงใยจากหน่วยงานราชการ ทั้งหน่วยงานราชการในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น
จากบทวิเคราะห์นี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในการจัดการระบบผังเมืองที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเราเคยนำเสนอเรื่องนี้ในช่วง 20 กว่าปีที่แล้ว ในเรื่องการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องมีความรู้ในการออกแบบผังเมือง แต่ตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา ประชาชนเพื่อนร่วมชาติ กลับยังวนกลับลัทธิประชานิยม เอาตัวรอดไปวันๆ จนกลายเป็นการขาดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ และนักการเมืองก็ไม่มีแนวคิดในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน มีแต่โวหารทะเลาะกันในรัฐสภา ทุจริตกันในรัฐบาล และตีรวนกันนอกรัฐสภา ผ่านสื่อต่างๆ พร้อมยุยงปลุกปั่นให้สังคมแตกแยก เราได้เฝ้ามองมหันตภัยนี้มาโดยตลอด และมองว่า เมืองที่มีการขยายความเจริญมังจะอยู่รอดจากภัยภิบัติทางธรรมชาติ มากกว่า เมืองที่เน้นการส่งเสริมความเจริญด้านเศรษฐกิจ เกิดความกระจุกตัว และลดบทบาทในการออกแบบผังเมืองที่รอบรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ และสภาพแวดล้อม
จากปัจจัยในการเกิดน้ำท่วมใหญ่ จะเห็นได้ว่า มหานครหาดใหญ่ ที่จมบาดาลนั้น ปัญหาจริงๆ คือ ระบบการวางผังเมืองที่สะสมมาอย่างยาวนาน และขาดความสำนึกในการออกแบบผังเมืองร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการขยายความเจริญด้านการพาณิชย์ แต่ขาดจุดรับน้ำ และระบายน้ำ จากแก้มลิงทางธรรมชาติ กลายเป็นบ้านเรือน และขยายตัวกลายเป็นเมือง ทำให้น้ำที่เคยไหลลงตามแรงโน้มท่วมโลกเกิดการกีดกัน และกักตัวของมวลน้ำ ประกอบกับ การไหลบ่าจองห่าฝนที่ตกลงมาแบบไม่ลืมหัวลืมตาด้วยแล้วละก็ ยิ่งทำให้มหานครหาดใหญ่นี้ กลายเป็นเมืองบาดาลในบัดดลเลยทีเดียว
แล้วทำไมเมื่อความไร้จิตสำนึกต่อชีวิตของเมือง กลายเป็นความเห็นแก่ตัวของชีวิตคนในเมือง การแก้ไขปัญหาต่อจากนี้ จะทำอย่างไร จากแก้มลิงในระบบชลประทาน ควรพัฒนาแก้มลิงระบบเมืองคู่ขนาด เพื่อย้ายอพยพคนในเมือง และเว้นคืนที่ที่ควรเป็นทางระบายน้ำหรือไม่ และยกระดับเมืองใหม่ ให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนในเมืองเก่าให้ย้ายมาอยู่ในเมืองใหม่บ้างไม่มากก็น้อย เพื่อพ่องถ่ายให้เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยปัญหาสะสมในเรื่องระบบการระบายน้ำ กลายเป็นมหานครหาดใหญ่แก้มลิง ที่รองรับทั้งคน ทั้งการขยายตัวของเมือง และระบบชลประทานที่ทันสมัย
จากระบบเวรคืนที่ดินที่ไร้ประสิทธิภาพ สู่การเวรคืนที่ดินที่มีประสิทธิภาพ จากการจ่ายเงินเวรคืนครั้งเดียวจบ แต่กลายเป็นหุ้นส่วนในการย้ายเมือง และสร้างเมืองใหม่ เพื่อเป็นเมืองแก้มลิงคู่ขนานกับเมืองเก่า ในการซ่อมเมืองเก่า และ สร้างเมืองใหม่ ซึ่งจะเป็นโครงการระยะยาว อย่างน้อย 2 – 4 ปี ที่จะระดมความคิดความอ่อน และการออกแบบผังเมืองรวมใหม่ทั้งระบบ เพื่อฟ้อมมหานครหาดใหญ่เมืองเก่า และสร้างเมืองแก้มลิงมหานครหาดใหญ่ใหม่ เชื่อมโยงความสัมพันธ์กัน โดยมีเป้าหมายกลับมามีผลผลิตมวลรวมทางการพาณิชย์ที่มั่นคั้ง อย่างมั่นคง และ ยั่งยืน
สรุป ปัญหาที่สะสม ในมหานครหาดใหญ่ที่สำคัญ จากสายตา สื่อพลเมือง ชานบ้านชานเมือง พบว่า
- การจัดการขยะ ที่เป็นสาเหตุหลักต่ออุปสรรคในการระบายน้ำ
- การกระจุกตัวของความเจริญ ทำให้การขยายตัวของเมืองกระจุกตัว การก่อสร้างอาคาร และการใช้ประโยชน์ที่ดินทำลายชีวิตของเมือง ที่เป็นเมืองแอ่งกระทะ ซึ่งเป็นจุดเปราะบางต่อการใช้ชีวิตร่วมกับวิถีของน้ำ ที่มีทั้งมวลน้ำทั่วไปแบบปกติ กับมวลน้ำฝนที่ผิดปกติ ที่ทำให้การระบายน้ำในสถาพปกติที่เคยทำได้ดี กลายเป็นการระบายน้ำที่เกินขีดความสามารถไปในทันที
- แก้มลิงทางธรรมชาติถูกบุกรุก จากปัญหาอุทกภัยใหญ่ในประเทศไทย แทบทุกพื้นที่ การทำลายชีวิตของเมือง ไม่ยืดอายุของเมือง สร้างปัญหาในการจัดการน้ำ แบะการระบายน้ำทั้งทางธรรมชาติ และในทางวิศวกรรมชลประทาน การบุกรุกพื้นที่แก้มลิงทางะรรมชาติ เป็นปัญหาระดับชาติ ที่ต้องการจิตสำนึกของคนทั้งชาติ ที่จะตระหนัก ในภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอๆ อย่างชนิดที่ ไม่อยากอพยพ ก็ต้องติดอยู่ในเมืองบาดาล อย่างที่มหานครหาดใหญ่ประสบ ซึ่งฝนตกขนาดนั้น อาจคิดว่ารับมือไหว มวลน้ำจำนวนมหาศาลเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง คิดว่าเอาอยู่อยู่รอด ต่อให้มีการเตือนภัย หรือ วางแผนรับมืออพยพ แต่ต้องยอมรับว่า ปัญหาที่สะสมมานา กลับตกพุ่มกับรัฐบาลภูมิใจไทย อย่างชนิดที่ว่า “มาแค่เดือนกว่าๆ ” ก็ถูกด่ากันทั่วเมืองไปเลยทีเดียว แถมฝ่ายค้านก็จ้องล้มกระดาน ด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวนายกรัฐมนตรี คุณอนุทิน ชาญวีรกูล อีกด้วย ส่วนความตระหนก ที่จะเตรียมอพอพตัวเองให้อยู่เหนือความเสี่ยง ก็ต้องเรียกได้ว่า “คนสงขลา” ขาดความตระหนกในเรื่องนี้ ทำให้การสื่อสารของกรมอุติินิยมวิทยา ต่อให้แม่นแยำแค่ไหน ก็ไม่แคล้ว ตกพุ่ม กลายเป็น “ศูนย์”
- ก้าวพลาดเพียงนิด รุมกินโต๊ะรัฐบาลเฉพาะกิจ อย่างชนิดเหมือนผูกขาดอำนาจมานานร่วม “ยี่สิบกว่าปี” แต่หากวิเคราะห์เหตุและปัจจัยโดยรวมแล้ว ก็สามารถวิเคราะห์เหตุและปัจจัยภายในตัวเมืองมหานครหาดใหญ่ได้ว่า ระบบ “ผังเมือง” มีการสะสมปัญหามาอย่างต่อเนื่อง เราไม่ควรมาอวดรู้แล้วโจมตีรัฐบาลที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง แบบชนิดไม่พอใจ ก็ไล่กันเลย ทั้งๆ ที่ทนกับความยากจนข้นแคลนกันได้มาร่วมสองปีเศษ กับรัฐบาลเพื่อไทย ที่มีนโยบายแจกสัญชาติให้ต่างด้าว แบบลดขั้นตอนการตรวจสอบสัญชาติจาก 270 วัน เป็น 5 วัน จบแบบนี้ จึงไม่แคล้ว อดีต รมต.มหาดไทย อย่างคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ไม่ก้มหัวให้ จึงกลายเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้นั้นเอง
เราหวังว่า คอลัมน์นี้ น่าจเป็นประโยชน์ ให้คนที่โจมงบประมาณในการจัดการน้ำที่ผ่านมาว่า ไร้ประสิทธิภาพ เราก็ขอให้คนที่โจมตีการทำงานของรัฐบาลเฉพาะกิจนี้ว่า จะโจมตีไปก็ไม่เหมาะ ซ้ำดูเหมือนคนที่โจมตี น่าจะโจมตีไปที่ “คลอง ร.1” หรือ “คลองภูมินาถดำริ” และคลองอื่นๆ ซึ่งเป็นระบบชลประทานทางประวัติศาสตร์ของชาวสงขลา ดังนี้
ระบบผังเมืองของอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ต่อเนื่องถูกกำกับดูแลหลัก ๆ โดย ผังเมืองรวม ซึ่งกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในอนาคตเพื่อควบคุมการขยายตัวของเมือง การคมนาคม และการจัดบริการสาธารณะ และแผนการพัฒนามหานครหาดใหญ่
ระบบชลประทานในพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดสงขลาโดยรวมอยู่ภายใต้การดูแลของ สำนักชลประทานที่ 16 (Hatyai Irrigaiton Office) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการน้ำทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ การป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในเขตเศรษฐกิจหาดใหญ่
องค์ประกอบสำคัญของระบบชลประทานและการระบายน้ำในพื้นที่หาดใหญ่ ได้แก่:
- คลองภูมินาถดำริ หรือ คลอง ร.1 (Khlong R.1):
- เป็นโครงการที่สำคัญที่สุดโครงการหนึ่งในการบรรเทาอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่
- ทำหน้าที่เป็นคลองระบายน้ำสายหลักที่จะช่วยผันน้ำจากคลองอู่ตะเภาไม่ให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่โดยตรง
- มีศักยภาพในการระบายน้ำสูงมาก (มีรายงานว่าสูงถึง 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) โดยจะเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลา
- คลองอู่ตะเภา:
- เป็นคลองสายหลักที่ไหลผ่านพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งมักจะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำจำนวนมากในช่วงฤดูฝน
- มีการบริหารจัดการน้ำโดยการ พร่องน้ำ ล่วงหน้าผ่านประตูระบายน้ำต่าง ๆ เช่น ประตูระบายน้ำหน้าควน และประตูระบายน้ำอู่ตะเภา เพื่อเตรียมพื้นที่ว่างสำหรับรองรับมวลน้ำใหม่
- โครงการและอาคารชลประทานอื่น ๆ:
- มีการติดตั้ง ประตูระบายน้ำ และ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำในคลองและพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัดสงขลา เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองศาลาธรรม์ คลองมาบกำ เพื่อเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำออกจากพื้นที่เสี่ยง
- มีการเตรียมพร้อมติดตั้ง เครื่องสูบน้ำ และ เครื่องผลักดันน้ำ ในพื้นที่เสี่ยงเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เมื่อเกิดสถานการณ์ฝนตกหนัก
การเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม:
สำนักชลประทานที่ 16 จะมีการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เช่น อำเภอและเทศบาลนครหาดใหญ่ ในการเตรียมพร้อมล่วงหน้า เช่น การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ การพร่องน้ำในคลองสำคัญ และการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรกลและบุคลากรเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดอุทกภัย
ที่ตั้งสำนักชลประทานที่ 16 หาดใหญ่:
- ที่อยู่: 191 หมู่ 5 ถนนเพชรเกษม ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110
ข้อมูลอ้างอิง ระบบผังเมืองในมหานครหาดใหญ่
เนื่องจากหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ตอนล่าง การวางผังเมืองจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีผังหลัก 2 ระดับที่เกี่ยวข้อง:
- ผังเมืองรวมเมืองหาดใหญ่: เป็นผังเฉพาะสำหรับพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบ (ซึ่งมักจะมีการปรับปรุงเป็นระยะเพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวของเมือง)
- วัตถุประสงค์หลัก: พัฒนาให้เป็น ศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจของภาคใต้ ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง การค้าและบริการ
- ผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา: เป็นผังที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดสงขลา รวมถึงอำเภอหาดใหญ่ด้วย ซึ่งกำหนดกรอบนโยบายการพัฒนาในภาพรวมของจังหวัด เช่น การอนุรักษ์ การเกษตร อุตสาหกรรม และการเชื่อมโยงโครงข่าย
1. ผังเมืองรวมที่เกี่ยวข้องกับหาดใหญ่
เนื่องจากหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ตอนล่าง การวางผังเมืองจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีผังหลัก 2 ระดับที่เกี่ยวข้อง:
- ผังเมืองรวมเมืองหาดใหญ่: เป็นผังเฉพาะสำหรับพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบ (ซึ่งมักจะมีการปรับปรุงเป็นระยะเพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวของเมือง)
- วัตถุประสงค์หลัก: พัฒนาให้เป็น ศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจของภาคใต้ ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง การค้าและบริการ
- ผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา: เป็นผังที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดสงขลา รวมถึงอำเภอหาดใหญ่ด้วย ซึ่งกำหนดกรอบนโยบายการพัฒนาในภาพรวมของจังหวัด เช่น การอนุรักษ์ การเกษตร อุตสาหกรรม และการเชื่อมโยงโครงข่าย
2. หลักการจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินในผังเมืองรวม
ผังเมืองรวมจะมีการแบ่งพื้นที่ตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยใช้ สี เป็นสัญลักษณ์หลัก ซึ่งมีข้อกำหนดและข้อห้ามในการก่อสร้างที่แตกต่างกันไป:
| ประเภทที่ดิน | สีสัญลักษณ์ | วัตถุประสงค์หลัก |
| ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย | สีเหลือง | สำหรับที่อยู่อาศัยเป็นหลัก อนุญาตให้มีการค้าขายขนาดเล็ก |
| ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง | สีส้ม | สำหรับที่อยู่อาศัยที่เริ่มมีความหนาแน่นสูงขึ้น เช่น บ้านจัดสรร ทาวน์เฮาส์ขนาดกลาง |
| พาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก | สีแดง | ใจกลางเมืองหาดใหญ่ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจหลัก อนุญาตให้สร้างอาคารสูงขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และอาคารสำนักงานได้ |
| อุตสาหกรรมและคลังสินค้า | สีม่วง | พื้นที่สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้าขนาดใหญ่ (เช่น พื้นที่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ที่ฉลุง หรือบริเวณบางกล่ำ) |
| ชนบทและเกษตรกรรม | สีเขียว | สงวนไว้เพื่อการเกษตรเป็นหลัก ควบคุมการขยายตัวของสิ่งปลูกสร้าง |
| ที่โล่ง/นันทนาการ/สิ่งแวดล้อม | สีเขียวอ่อน/สีฟ้า | พื้นที่สวนสาธารณะ สนามกีฬา หรือพื้นที่เพื่อรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เช่น บริเวณไหล่เขาและริมแหล่งน้ำ |
3. ประเด็นสำคัญด้านผังเมืองของหาดใหญ่
ประเด็นด้านผังเมืองของหาดใหญ่มีความสัมพันธ์อย่างมากกับปัญหา อุทกภัย เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกะทะและมีน้ำจากคลองอู่ตะเภาไหลผ่าน
- การขยายตัวของเมือง: การเติบโตอย่างรวดเร็วของหาดใหญ่ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ป่าไม้ซึ่งเคยเป็น แก้มลิงธรรมชาติ หรือพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ ถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งปลูกสร้าง อาคาร และถนนคอนกรีตไปเกือบหมด
- การระบายน้ำ: ผู้เชี่ยวชาญเสนอว่าผังเมืองในอนาคตต้องมีการ รีเซ็ตผังน้ำ และต้องให้ความสำคัญกับการกำหนดพื้นที่โล่งเพื่อการระบายน้ำและการพักน้ำให้มากขึ้น เพื่อบรรเทาวิกฤตน้ำท่วมในระยะยาว
- การพัฒนาเป็น Green City: เทศบาลนครหาดใหญ่มีแผนที่จะพัฒนาเมืองให้เป็น “Green City” โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียวสาธารณะ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อทำให้การออกแบบเมืองในอนาคตมีความยืดหยุ่นและรองรับต่อความเปราะบางด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ประวัติคลอง ร.1 หาดใหญ่ (คลองภูมินาถดำริ)
คลอง ร.1 เดิมมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “คลองภูมินาถดำริ” เป็นส่วนสำคัญของโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
- ที่มาของชื่อ:
- ชื่อเดิมคือ คลองระบายน้ำสายที่ 1 (คลอง ร.1) ในโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่
- ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวง รัชกาลที่ ๙) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อคลองระบายน้ำสายที่ 1 ว่า “คลองภูมินาถดำริ” ในปี พ.ศ. 2559 ซึ่งมีความหมายว่า “คลองที่สร้างตามพระราชดำริของพระผู้เป็นที่พึ่งของแผ่นดิน”
- วัตถุประสงค์หลัก:
- เพื่อ ผันน้ำ จากคลองอู่ตะเภา และน้ำที่ไหลลงมาท่วมตัวอำเภอหาดใหญ่
- ทำหน้าที่เป็นคลองระบายน้ำเพื่อนำน้ำไปลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยเร็ว เพื่อ บรรเทาอุทกภัย ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง
- ความสำคัญของโครงการ:
- เป็นหนึ่งใน 7 สายงานที่ดำเนินการภายใต้โครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่
- คลองมีความยาวประมาณ 21.34 กิโลเมตร และมีความสามารถในการระบายน้ำได้สูง
- ผลลัพธ์:
- โครงการนี้ได้ช่วยลดความเสียหายจากน้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรับมือกับมหาอุทกภัยครั้งใหญ่
