วิเคราะห์และหักล้างข้อกล่าวหา: การบริหารงานของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐธรรมนูญ 2560
วิเคราะห์และหาเหตุผลมาหักล้างข้อกล่าวหาที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล และคณะมักใช้ในการโจมตี “ลุงตู่” และรัฐธรรมนูญ 2560 ดังนี้:
1. ประเด็น: นายกรัฐมนตรี 8 ปี สืบทอดอำนาจอย่างไร?

ข้อโต้แย้ง: การที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 8 ปีนั้น ไม่ได้เป็นไปในลักษณะของการ “สืบทอดอำนาจ” ในความหมายของการยึดติดหรือผูกขาดอำนาจโดยไม่ชอบธรรม หากมองในมุมของกลไกตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญปัจจุบัน:
- ช่วงแรก (2557-2562): พล.อ. ประยุทธ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายหลังการรัฐประหารปี 2557 ซึ่งเป็นสถานการณ์พิเศษที่มุ่งหวังแก้ไขปัญหาวิกฤตทางการเมืองที่ยืดเยื้อในช่วงเวลานั้น การบริหารราชการในระยะนี้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 และมาตรา 44 ซึ่งเป็นเครื่องมือพิเศษในการแก้ไขปัญหาที่เร่งด่วนและจำเป็น
- ช่วงหลัง (2562 เป็นต้นไป): หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปปี 2562 พล.อ. ประยุทธ์ ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ และได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา (ส.ส. และ ส.ว.) ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 กระบวนการนี้เป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะมีกลไกที่ให้ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งมีส่วนร่วมในการเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ก็เป็นกลไกที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติของประชาชน
ดังนั้น การดำรงตำแหน่งของ พล.อ. ประยุทธ์ ในช่วงหลังการเลือกตั้งปี 2562 จึงถือว่า มีที่มาตามกลไกที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไม่ใช่การ “สืบทอดอำนาจ” โดยไร้ซึ่งความชอบธรรมตามหลักการประชาธิปไตยในบริบทของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

2. ประเด็น: เศรษฐกิจติดกับดักสงครามชีวภาพ (โควิด-19) แต่เศรษฐกิจช่วง คสช. ดีกว่า และรัฐบาลมีกลไกดีในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ข้อโต้แย้ง: เป็นความจริงที่เศรษฐกิจโลกในช่วงหลังปี 2563 ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ซึ่งเปรียบเสมือน “สงครามชีวภาพ”) ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวอย่างรุนแรง รวมถึงประเทศไทยด้วย ดังนั้น การเปรียบเทียบเศรษฐกิจในช่วง คสช. กับช่วงหลังโควิด-19 อาจไม่ยุติธรรมนัก เนื่องจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้มีผลกระทบอย่างมหาศาล
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สามารถชี้แจงได้คือ:
- โครงสร้างพื้นฐานที่ดีและการเตรียมพร้อม: รัฐบาลในช่วง คสช. และต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น โครงข่ายคมนาคม โครงการ EEC ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาหนี้สิน:
- การแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ: รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนและหนี้สินเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการพักชำระหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ และการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งช่วยบรรเทาภาระของประชาชนในระดับฐานราก
- โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก: มีการดำเนินโครงการต่างๆ เช่น โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรง ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและชุมชน การออกแบบโครงการเหล่านี้คำนึงถึงการหมุนเวียนของเงินและการรักษาวินัยทางการเงินการคลัง โดยไม่ได้สร้างภาระหนี้สาธารณะมากจนเกินไปเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้
- การบริหารราชการแผ่นดินที่มีประสิทธิภาพและกลไกการรับฟังปัญหา:
- ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ 1111: การมีศูนย์บริการประชาชน 1111 เป็นช่องทางหลักในการรับเรื่องราวร้องเรียนและปัญหาของประชาชน แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการรับฟังและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ความน่าเชื่อถือและความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชนที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการทำงานที่มีประสิทธิภาพในการตอบสนองความเดือดร้อนของประชาชน
- มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว: ในช่วงการบริหารราชการของ คสช. มาตรา 44 ถูกใช้เป็นเครื่องมือพิเศษในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ที่ติดขัดข้อกฎหมายหรือมีความล่าช้าจากกระบวนการปกติ มาตรานี้ช่วยให้การดำเนินงานแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในช่วงเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะไม่ปกติ
- ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี: การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นกรอบและทิศทางในการพัฒนาประเทศในระยะยาว ตั้งแต่ระดับชาติไปจนถึงระดับท้องถิ่น สังคม และอาชีพ เป็นเครื่องมือที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และการวางแผนอย่างเป็นระบบของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้กับประเทศในระยะยาว
ผลงานเด่นของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เผยแพร่โดย PMOC เรียงตามตัวอักษรเพื่อความกระชับ:
- โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม:
- สถานีกลางบางซื่อ: ศูนย์กลางระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
- รถไฟฟ้า/รถไฟ: สร้างรถไฟฟ้า 9 สาย, รถไฟทางคู่ (หัวหิน, ขอนแก่น, สระบุรี, ลพบุรี), รถไฟความเร็วสูง (นครราชสีมา), มอเตอร์เวย์ (บางปะอิน-โคราช, พัทยา-มาบตาพุด)
- สนามบิน: พัฒนาสนามบินทั่วประเทศ (สุวรรณภูมิ, ขอนแก่น, ตรัง, ภูเก็ต, อุบลฯ, กระบี่) และสนามบินเบตง
- ถนน: สร้างทางหลวงหลายเส้นทาง (เช่น กาฬสินธุ์, ชุมพร, แม่ฮ่องสอน) และจัดระเบียบการจราจร (รัชดาฯ)
- เมืองไร้สาย: นำสายไฟฟ้าลงดินเพื่อภูมิทัศน์ที่ดีขึ้น
- เศรษฐกิจและการช่วยเหลือประชาชน:
- ระบายข้าว: ระบายข้าวค้างสต็อก 16.8 ล้านตัน ช่วยชาวนา
- คนละครึ่ง/ชิมช้อปใช้/เราชนะ/ม.33 เรารักกัน: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
- จ้างงาน: อุดหนุนเงินเดือนเด็กจบใหม่ 50%
- บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: ลดภาระค่าครองชีพและลดความเหลื่อมล้ำ
- ลดดอกเบี้ยเงินกู้: ช่วยลดภาระหนี้ให้ประชาชนและผู้ประกอบการ
- 5G/BCG: ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยี 5G และโมเดลเศรษฐกิจ BCG
- EEC: โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
- สังคมและคุณภาพชีวิต:
- UCEP: เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิทุกที่
- โฉนดที่ดิน: มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย
- เบี้ยผู้สูงอายุ/เบี้ยคนพิการ: เพิ่มเงินอุดหนุน
- เด็กแรกเกิด: เพิ่มเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดเป็น 600 บาท/เดือน
- ประกันสุขภาพ: เพิ่มสิทธิ์ประกันสุขภาพถ้วนหน้า 50 สิทธิ์
- แฟลตดินแดง: พัฒนาที่อยู่อาศัย
- รับยาใกล้บ้าน: รับยา ณ ร้านขายยาใกล้บ้านและส่งเวชภัณฑ์ถึงบ้าน
- การบริหารจัดการและการแก้ไขปัญหา:
- คลอง: พัฒนาคลองลาดพร้าว, คลองโอ่งอ่าง (ได้รับรางวัลระดับโลก), คลอง ร.1 สงขลา (แก้ปัญหาน้ำท่วม)
- ชลประทาน: บริหารจัดการแหล่งน้ำขนาดใหญ่ (เขื่อนภูมิพล, อ่างเก็บน้ำลำน้ำชี)
- โซลาร์เซลล์: โซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดเขื่อนสิรินธร (ใหญ่ที่สุดในโลก)
- ศูนย์ดำรงธรรม: รับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือประชาชน
- ธงแดง ICAO: ปลดธงแดงด้านการบินประเทศไทย
- เน็ตประชารัฐ: ครอบคลุม 24,700 หมู่บ้าน
- ทวงคืนผืนป่า: นโยบายทวงคืนผืนป่า
- ฝายพับได้: พะเยา ช่วยสำรองน้ำหน้าแล้ง
- กองทุนยุติธรรม: ช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมาย
- เรือโดยสารไฟฟ้า: ฝีมือคนไทย
- ด่านศุลกากรสะเดา: ด่านศุลกากรที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้
- สวนสาธารณะ: โครงการสวนเบญจกิตติส่วนต่อขยาย, สวนสาธารณะแห่งใหม่หลังสนามม้านางเลิ้ง, สะพานเขียว (ทางเดิน-จักรยานลอยฟ้า)
- จัดระเบียบหาด: เพื่อความเป็นระเบียบและทัศนียภาพที่ดีขึ้น
- ประมง: แก้ไขการทำประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (IUU)
- อว.: ก่อตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรร

เรียบเรียงโดย ชานบ้านชานเมือง
